ศาลพระภูมิเจ้าที่

การตั้งศาลพระภูมิ/เจ้าที่ :

จั่วอยุธยา 1:1,500 40x50ซม.สามมุก 29,000 2.00x2.00 ซม.จั่ว2ชั้น 4,500 90x90ซม. copy
การตั้งศาลพระภูมิ
   สิ่ง ที่ต้องคำนึงในการตั้งศาลพระภูมิ คือ สถานที่ตั้ง,ทิศทาง,วันและฤกษ์ตั้ง,ความสูงของศาลพระภูมิและผู้ประกอบ พิธีกรรมการตั้งศาลพระภูมิ
สถานที่ที่ตั้งศาล มีหลักการพิจารณาดังนี้

ที่ตั้งศาลต้องเป็นบริเวณพื้นดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
หาก ไม่มีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลที่ตั้งบนดาดฟ้าจะเป็นศาลเทพต่างๆ เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมิเจ้าที่
จุดที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านทอดลงมาทับ
ที่ตั้งของศาลควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
อย่าตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากนัก
อย่าหันหน้าศาลเข้าสู่บริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
ตั้งศาลให้ห่างจากรั้วหรือกำแพงบ้านอย่างน้อย 1 เมตร
ถ้าสามารถยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นสัก 1 คืบ จากพื้นดินได้ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย

ทิศทาง การหันหน้าศาลพระภูมิสู่ทิศมงคล

ทิศต้องห้ามในการตั้งศาลพระภูมิ คือ ทิศตะวันตกและทิศใต้
     เมื่อหาทิศทางตั้งศาลได้แล้วจะต้องพูนดินให้สูง 1 คืบ เกลี่ยดินด้วยมือและทุบให้แน่น ห้ามใช้เท้าเด็ดขาด และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรมบริเวณพื้นดินเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้าย ต่างๆ
น้ำมนต์ที่ว่านี้เรียกว่า ” น้ำมนต์ธรณีสาร ” น้ำมนต์ธรณีสารนี้ ทำได้โดยนำน้ำธรรมดาไปให้พระท่านสวดพระพุทธมนต์ทำเหมือนน้ำมนต์ทั่วไปแต่ ต่างกัน
ตรงที่ให้ท่านนำใบไม้ต้นธรณีสารมาใส่ลงในน้ำที่จะทำน้ำมนต์
วันและฤกษ์ตั้งศาล
    มีความสำคัญมาก ควรเลือกวันที่ดีและมีความเป็นสิริมงคลเพื่อให้ประสิทธิ์ผลในทางมงคล
แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้นสืบต่อไป
วันต่อไปนี้ถือเป็นวันที่เป็นมงคลฤกษ์ แต่ถ้าวันข้างขึ้น หรือข้างแรมดังกล่าวไปตรงกับ
วันต้องห้าม ของเดือนใด ให้เลี่ยงไปใช้วันอื่นเสีย

วันข้างขึ้น วันข้างแรม
 ๒ ค่ำ  ๒ ค่ำ
 ๔ ค่ำ  ๔ ค่ำ
 ๖ ค่ำ  ๖ ค่ำ
 ๙ ค่ำ  ๙ ค่ำ
 ๑๑ ค่ำ  ๑๑ ค่ำ

เวลาฤกษ์อันเป็นมงคล

วันอาทิตย์ เวลา ๖.๐๙ น. – ๘.๑๙ น.
วันจันทร์ เวลา ๘.๒๙ น. – ๑๐.๓๙ น.
วันอังคาร เวลา ๖.๓๙ น. – ๘.๐๙ น.
วันพุธ เวลา ๘.๓๙ น. – ๑๐.๑๙ น.
วันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๔๙ น. – ๑๑.๓๙ น.
วันศุกร์ เวลา ๖.๑๙ น. – ๘.๐๙ น.
วันเสาร์ เวลา ๘.๔๙ น. – ๑๐.๔๙ น.

วันต้องห้าม

เดือนอ้าย ( ธันวาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือนยี่ ( มกราคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๓ ( กุมภาพันธ์ ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๔ ( มีนาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๕ ( เมษายน ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๖ ( พฤษภาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๗ (มิถุนายน ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๘ ( กรกฎาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๙ ( สิงหาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๑๐ ( กันยายน ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๑๑ ( ตุลาคม ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๑๒ ( พฤศจิกายน ) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์

     จะสังเกตได้ว่า จะไม่ปรากฏว่ามี วันอาทิตย์ เป็น ข้อห้ามเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ยึดเอาวันอาทิตย์
เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งศาล เพราะคนโบราณถือกันว่า วันอาทิตย์นั้นแม้จะจะเป็นวันที่มีกำลังแรงดี
แต่เป็นวันแรงและวันร้อน ไม่เหมาะที่จะทำการตั้งศาล เพราะบ้านอาจจะ ร้อน จรปราศจากความร่มเย็นเป็นสุข แต่ ถ้าหากผู้กระทำพิธีมีเคล็ดมีมนตร์แก้ความร้อนของวันได้ ก็สามารถคิดทำการตั้งศาลในวันนี้ได้ตามความสะดวก

การตั้งศาลพระภูมิ
   สิ่ง ที่ต้องคำนึงในการตั้งศาลพระภูมิ คือ สถานที่ตั้ง,ทิศทาง,วันและฤกษ์ตั้ง,ความสูงของศาลพระภูมิและผู้ประกอบ พิธีกรรมการตั้งศาลพระภูมิ
สถานที่ที่ตั้งศาล มีหลักการพิจารณาดังนี้

ที่ตั้งศาลต้องเป็นบริเวณพื้นดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
หาก ไม่มีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลที่ตั้งบนดาดฟ้าจะเป็นศาลเทพต่างๆ เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมิเจ้าที่
จุดที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านทอดลงมาทับ
ที่ตั้งของศาลควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
อย่าตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากนัก
อย่าหันหน้าศาลเข้าสู่บริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
ตั้งศาลให้ห่างจากรั้วหรือกำแพงบ้านอย่างน้อย 1 เมตร
ถ้าสามารถยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นสัก 1 คืบ จากพื้นดินได้ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย

ทิศทาง การหันหน้าศาลพระภูมิสู่ทิศมงคล

ทิศต้องห้าม การตั้งศาลพระภูมิ คือ ทิศตะวันตก และ ทิศใต้
     เมื่อหาทิศทางตั้งศาลได้แล้ว จะต้องพูนดินให้สูง 1 คืบ โดยประมาณ เกลี่ยดินด้วยมือ และทุบให้แน่นๆ ห้ามใช้เท้าเด็ดขาด! และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรม “พื้นดิน” เพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจและขจัดสิ่งชั่วร้าย
น้ำมนต์นี้เรียกว่า ” น้ำมนต์ธรณีสาร ” ทำได้โดยนำน้ำธรรมดา ให้พระสวดพระพุทธมนต์ เหมือนทำน้ำมนต์ทั่วไป แต่ ให้ท่านนำใบไม้ต้นธรณีสาร นำมาใส่ลงในน้ำมนต์ 
วันและฤกษ์ตั้งศาล
    สำคัญมาก ควรเลือกวันที่ดี เป็นสิริมงคล เพื่อให้ประสิทธิ์ผลในทางมงคล
แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้นสืบต่อไป
วันต่อไปนี้ถือเป็นวันที่เป็นมงคลฤกษ์ แต่ถ้าวันข้างขึ้น หรือข้างแรมดังกล่าวไปตรงกับ
วันต้องห้าม ของเดือนใด ให้เลี่ยงไปใช้วันอื่นเสีย

วันข้างขึ้น วันข้างแรม
 ๒ ค่ำ  ๒ ค่ำ
 ๔ ค่ำ  ๔ ค่ำ
 ๖ ค่ำ  ๖ ค่ำ
 ๙ ค่ำ  ๙ ค่ำ
 ๑๑ ค่ำ  ๑๑ ค่ำ

เวลาฤกษ์อันเป็นมงคล

วันอาทิตย์ เวลา ๖.๐๙ น. – ๘.๑๙ น.
วันจันทร์ เวลา ๘.๒๙ น. – ๑๐.๓๙ น.
วันอังคาร เวลา ๖.๓๙ น. – ๘.๐๙ น.
วันพุธ เวลา ๘.๓๙ น. – ๑๐.๑๙ น.
วันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๔๙ น. – ๑๑.๓๙ น.
วันศุกร์ เวลา ๖.๑๙ น. – ๘.๐๙ น.
วันเสาร์ เวลา ๘.๔๙ น. – ๑๐.๔๙ น.

วันต้องห้าม

เดือนอ้าย ( ธันวาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือนยี่ ( มกราคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๓ ( กุมภาพันธ์ ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๔ ( มีนาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๕ ( เมษายน ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๖ ( พฤษภาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๗ (มิถุนายน ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๘ ( กรกฎาคม) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์
เดือน ๙ ( สิงหาคม ) วันต้องห้ามคือ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์
เดือน ๑๐ ( กันยายน ) วันต้องห้ามคือ วันพุธ และวันศุกร์
เดือน ๑๑ ( ตุลาคม ) วันต้องห้ามคือ วันอังคาร
เดือน ๑๒ ( พฤศจิกายน ) วันต้องห้ามคือ วันจันทร์

     สังเกตได้ว่า ไม่พบว่า วันอาทิตย์ เป็น ข้อห้ามเลย แต่ก็ไม่ได้ให้เข้าใจว่าให้ยึดเอาวันอาทิตย์
เป็นวันที่ดีที่สุด เพราะคนโบราณถือว่า วันอาทิตย์แม้จะเป็นวันที่กำลังแรงดี
แต่ เป็นวันแรงและวันร้อน ไม่เหมาะทำการตั้งศาล เพราะบ้านอาจ ร้อน ไม่มีความร่มเย็นเป็นสุข แต่ หากผู้กระทำพิธีมี มีเคล็ดมีมนตร์แก้ความร้อนได้ ก็สามารถคทำการตั้งศาลได้ตามความสะดวก
ศลาพระพรหม จตุรมุข

เฟอร์นิเจอร์ รากไม้

ความพิเศษเหนือจินตนาการ ความลงตัวที่ไม่มีใครเหมือน จากการผสมผสานทุกชิ้นส่วนของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน จนได้งานระดับ master piece เพียงชิ้นเดียวก็ว่าได้ImageImageImage

เฟอร์นิเจอร์ไม้สักแพร่ www.teakyou.com

หน้าเวป www.teakyou.com

หน้าเวป http://www.teakyou.comเฟอร์นิเจอร์1

เฟอร์นิเจอร์ไม้สักแพร่ www.teakyou.com

จำหน่าย เฟอร์นิเจอร์ไม้สักและอุปกรณ์ตกแต่งไม้สัก ทั้งปลีกและส่ง จากโรงงาน และ ช่างฝีมือดีจาก จ.แพร่

อาทิเช่น : ประตูไม้สัก,หน้าต่างไม้สัก,ตู้เสื้อผ้าไม้สัก,โต๊ะทานข้าวไม้สัก, เก้าอี้ไม้สัก,ชั้นวางทีวีไม้สัก,

ตู้โชว์ไม้สัก,เตียงนอนไม้สัก,ตั่งนั่งโซฟาไม้สัก,ศาลพระภูมิศาลเจ้าที่ไม้สัก ,โต๊ะหมู่บูชาไม้สัก และอุปกรณ์ตกแต่งไม้สักอื่นๆ

รับทำสั่งตามแบบ จัดส่งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

สนใจติดต่อ    คุณ ภานุพงค์ 085-718-8188 / 086-433-4663

เตียง

เ ตี ย ง 

การหาที่นอน พิเศษให้กับเตียง ไซล์พิเศษเป็นเรื่องไม่ง่ายถ้าคุณอยากได้เตียงที่มีพื้นที่เกลือกกลิ้งขนาด ใหญ่ ควรคำนึงถึงขนาดที่นอนด้วย ขนาดที่นอนมาตรฐานที่หาได้ง่ายในท้องตลาดคือ ยาว 6.5 ฟุต กว้าง 3.5 ฟุต (สำหรับเตียงเดี่ยว) 5 และ 6 ฟุต (สำหรับเตียงคู่) สำหรับเตียงคู่ที่นอน 2 คน ขอแนะนำให้ใช้เตียงกว้าง 6 ฟุต เพื่อให้ขยับตัวได้สบายไม่ครับแคบเกินไป หลังจากวางเตียงแล้ว อย่าลืมเผื่อพื้นที่รอบเตียงสำหรับการขึ้นลงได้อย่างน้อยด้านละ 75 เซนติเมตรด้วย

หากมีความ จำเป็นต้องจัดวางเตียงชิงผนังข้างใดข้างหนึ่งเพื่อประหยัด เนื้อที่ ควรเลือกเตียงที่มีลูกล้อหรือขยับได้ง่ายเพื่อทำให้เตียงได้สะดวก แต่การวางเตียงแบบนี้จะสร้างความลำบากให้กับผู้นอนด้านใน จึงควรใช้ในกรณีที่นอนคนเดียวเท่านั้น

โต๊ะเครื่องแป้ง

 

โต๊ะเครื่องแป้ง

โต๊ะเครื่องแป้ง เรือนไม้ไทย

 โ ต๊ ะ เ ค รื่ อ ง แ ป้ ง

ควร อยู่ใกล้หน้าต่างเพื่อให้ได้แสงธรรมชาติขณะแต่ งหน้า ควรเผื่อพื้นที่สำหรับเก้าอี้แต่งตัว 60 เซนติเมตรด้วย เพื่อที่จะได้สอดเก้าอี้เข้าออกได้อย่างสบาย

ตู้เสื้อผ้า

มี ความสำคัญสำหรับห้องนอนเป็นอันดับสองรองจากเตียง สัมภาระที่เป็นส่วนตัวในชีวิตประจำวันของคุณมักจะถูกเก็บอยู่ในส่วนนี้ ไม่เพียงเสื้อผ้า แต่ยังรวมทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เข็ดขัด ผ้าเช็ดตัวฯลฯ ถ้าเป็นไปได้คุณควรเผื่อพื้นที่ให้ส่วนนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะในตอนย้ายเข้ามาเรามักมีสัมภาระเพียงเล็กน้อย แต่ยิ่งนานขึ้นสัมภาระก็จะมากขึ้นจนคาดไม่ถึง หากห้องนอนมีพื้นที่พอ แนะนำให้ทำชั้นเก็บเครื่องแต่งตัวไว้ในมุมหนึ่งของห้อง แล้วกั้นส่วนด้วยบานประตูชนิดบานเลื่อน กลายเป็นตู้เสื้อผ้าชนิดเดินเข้าไปหยิบได้(Walk-in Closet) ปัจจุบันมีการผลิตตู้เสื้อผ้าชนิดนี้ในรูปแบบรอติดตั้ง (Ready to lnstall) สำหรับพื้นที่หลายขนาดทำให้ประหยัดและสะดวกขึ้นมาก

สำหรับรูปแบบ การติดตั้ง การใช้ตู้แบบบิลท์อินจะได้เปรียบตู้แบบลอย เพราะตู้บิลท์อินมักได้รับการออกแบบให้ยาวติดผนังและสูงจรดเพดานห้อง ทำให้ใช้พื้นที่เก็บของได้คุ้มค่า ในขณะที่ตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวมักเหลือพื้นที่หลังตู้ให้กลายเป็นที่สะสมฝุ่น และดูไม่สวยงามเมื่อนำของขึ้นไปวางซ้อนกัน

 ไม่ว่าจะเป็น ตู้รูปแบบใด ควรพิจารณาไปถึงการออกแบบภายในตู้ด้วย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก เริ่มจากราวแขวนเสื้อผ้าในตู้ ควรลึกประมาณ 60-65 เซยติเมตรเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าถูกบานพับหนีบหรือเสียดสีกับบานประตู และถ้าจะให้ดีควรปรับเปลี่ยนความสูงได้ หรือมีความสูงต่างระดับให้เลือกแขวนชุดยาวและชุดสั้น ส่วนชั้นวางของและลิ้นชัก ไม่ต้องมีความลึกมาก เพราะจะทำให้มองไม่เห็นของข้างใน แค่สามารถวางเสื้อยืดพับสักตัวได้สบายๆก็เพียงพอ ลิ้นชักควรมีไว้บ้างสำหรับเก็บข้าวของชิ้นเล็กๆ แต่ไม่ควรมีมากจนทำให้เสียเวลาในการเปิดปิดหาของ อย่าลืมเผื่อพื้นที่ด้านหน้าตู้สำหรับการเปิดประตูได้สะดวก อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 95 เซนติเมตร